ผู้ดูแลระบบ

About ผู้ดูแลระบบ

15 04, 2018

กรมการขนส่งทางบก เตรียมพร้อม “รับคนกลับจากบ้าน” หลังเทศกาลสงกรานต์ ยกระดับความเข้มข้นทุกมาตรการ!!! เข้มงวดสแกนรถโดยสารและรถเสริมทุกคัน คนขับทุกคนก่อนออกจากสถานีและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ เผยผลสแกนความพร้อม 4 วันที่ผ่านมา สั่งเปลี่ยนตัวคนขับรถแล้ว 1 ราย หลังพบมีชั่วโมงการทำงานเกินกำหนด

By |15 April 2018|

กรมการขนส่งทางบก เตรียมพร้อม “รับคนกลับจากบ้าน” หลังเทศกาลสงกรานต์ ยกระดับความเข้มข้นทุกมาตรการ!!! เข้มงวดสแกนรถโดยสารและรถเสริมทุกคัน คนขับทุกคนก่อนออกจากสถานีและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ เผยผลสแกนความพร้อม 4 วันที่ผ่านมา สั่งเปลี่ยนตัวคนขับรถแล้ว 1 ราย หลังพบมีชั่วโมงการทำงานเกินกำหนด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพนักงานขับรถร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ และความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์

 

15 04, 2018

กรมการขนส่งทางบก เตรียมพร้อม “รับคนกลับจากบ้าน” หลังเทศกาลสงกรานต์ ยกระดับความเข้มข้นทุกมาตรการ!!! เข้มงวดสแกนรถโดยสารและรถเสริมทุกคัน คนขับทุกคนก่อนออกจากสถานีและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ เผยผลสแกนความพร้อม 4 วันที่ผ่านมา สั่งเปลี่ยนตัวคนขับรถแล้ว 1 ราย หลังพบมีชั่วโมงการทำงานเกินกำหนด

By |15 April 2018|

กรมการขนส่งทางบก เตรียมพร้อม “รับคนกลับจากบ้าน” หลังเทศกาลสงกรานต์ ยกระดับความเข้มข้นทุกมาตรการ!!! เข้มงวดสแกนรถโดยสารและรถเสริมทุกคัน คนขับทุกคนก่อนออกจากสถานีและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ เผยผลสแกนความพร้อม 4 วันที่ผ่านมา สั่งเปลี่ยนตัวคนขับรถแล้ว 1 ราย หลังพบมีชั่วโมงการทำงานเกินกำหนด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพนักงานขับรถร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ และความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์

 
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม “รับคนกลับจากบ้าน” หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารและรถเสริมให้เพียงพอกับความต้องการเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รถโดยสารทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตาม Checklist จากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไร้สารเสพติดและระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนมาตรการเข้มข้นระหว่างทาง ตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารเช่าเหมาบนเส้นทางหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 11-14 เมษายน 2561 สแกนความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรวม 212 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะรถโดยสารที่วิ่งระหว่างจังหวัด เช่น กรุงเทพ-ต่างจังหวัด (หมวด 2) หรือระหว่างจังหวัด (หมวด 3) รวมจำนวน 80,639 คัน พบข้อบกพร่องด้านตัวรถรวม จำนวน 248 คัน สั่งให้เปลี่ยนรถจำนวน 7 คัน และมีการพ่นห้ามใช้รถเป็นรถจำนวน 13 คัน เนื่องจากเป็นข้อบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัย เช่น ระบบ GPS Tracking ไม่เชื่อมต่อ และสภาพยางชำรุด ด้านพนักงานขับรถพบข้อบกพร่องจำนวน 12 ราย โดยมีการสั่งเปลี่ยนคนขับรถทันทีจำนวน 1 ราย หลังจากพบว่ามีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางทุกเส้นทางกรมการขนส่งทางบกได้ยกระดับความเข้มข้นมาตรการตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสารเส้นทางภายในจังหวัด (หมวด 1 และหมวด 4) ผลการดำเนินการรวม 4 วัน พบการใช้สารเสพติด 1 ราย ส่งตัวดำเนินคดีทันที และบันทึกประวัติโดยจะไม่ให้กลับเข้าสู่ระบบการให้บริการสาธารณะได้อีกเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพนักงานขับรถร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ และความปลอดภัยในระบบรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลอุบัติเหตุตลอดช่วงที่ผ่านมาพบว่าความรุนแรงอุบัติเหตุลดลง ยังไม่มีผู้เสียชีวิตที่โดยสารมากับรถโดยสาร เป็นผลมาจากการตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถอย่างเข้มข้นจริงจัง และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนส่งในการร่วมตรวจสอบและควบคุมมาอย่างต่อเนื่อง
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครหลังสิ้นสุดวันหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน 2561 เวลา 04.00-07.00 น. สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บขส. เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัด ลดปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ทั้งยังสะดวกต่อการเดินทางเชื่อมต่อสู่โหมดการเดินทางอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสวนจตุจักร โดย ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับส่งฟรี และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถแท็กซี่เปล่าเข้ามารอรับให้บริการประชาชนในวันและเวลาดังกล่าวอย่างเพียงพอ โดยมีผู้ตรวจการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ เอกมัย […]

15 04, 2018

กรมการขนส่งทางบก ระบุ !!! 3 วัน (11-13 เม.ย.31) ช่วงการเดินทาง ตรวจความพร้อมรถและคนขับ ณ สถานีขนส่งและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 63,150 คัน สั่งห้ามใช้รถทันที 13 คัน เปลี่ยนคันใหม่ 3 คัน เปรียบเทียบปรับคนขับ 7 ราย กำชับ!!!ผู้ประกอบการต้องควบคุมและตรวจความพร้อมของคนขับทุกคน เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ย้ำ!!! กรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถต้องรับผิดชอบทุกกรณี

By |15 April 2018|

กรมการขนส่งทางบก ระบุ !!! 3 วัน (11-13 เม.ย.31) ช่วงการเดินทาง ตรวจความพร้อมรถและคนขับ ณ สถานีขนส่งและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 63,150 คัน สั่งห้ามใช้รถทันที 13 คัน เปลี่ยนคันใหม่ 3 คัน เปรียบเทียบปรับคนขับ 7 ราย กำชับ!!!ผู้ประกอบการต้องควบคุมและตรวจความพร้อมของคนขับทุกคน เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ย้ำ!!! กรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถต้องรับผิดชอบทุกกรณี

 

15 04, 2018

กรมการขนส่งทางบก ระบุ !!! 3 วัน (11-13 เม.ย.31) ช่วงการเดินทาง ตรวจความพร้อมรถและคนขับ ณ สถานีขนส่งและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 63,150 คัน สั่งห้ามใช้รถทันที 13 คัน เปลี่ยนคันใหม่ 3 คัน เปรียบเทียบปรับคนขับ 7 ราย

By |15 April 2018|

กรมการขนส่งทางบก ระบุ !!! 3 วัน (11-13 เม.ย.31) ช่วงการเดินทาง ตรวจความพร้อมรถและคนขับ ณ สถานีขนส่งและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 63,150 คัน สั่งห้ามใช้รถทันที 13 คัน เปลี่ยนคันใหม่ 3 คัน เปรียบเทียบปรับคนขับ 7 ราย กำชับ!!!ผู้ประกอบการต้องควบคุมและตรวจความพร้อมของคนขับทุกคน เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ย้ำ!!! กรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถต้องรับผิดชอบทุกกรณี

 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ เป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานของกรมการขนส่งทางบก มุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ การสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยยังคงดำเนินมาตรการเข้มข้นต่อเนื่อง ตรวจความพร้อมของรถโดยสารและคนขับรถทุกคันก่อนออกเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ  พร้อมยกระดับเข้มข้นสูงสุดทุกมาตรการระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 11-13 เมษายน 2561 รวมจำนวน 63,150 คัน พบรถมีข้อบกพร่อง รวม 169 คัน ในจำนวนนี้ได้สั่งพ่น “ห้ามใช้รถ” ทันที 13 คัน เนื่องจากตรวจพบไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก และสั่งเปลี่ยนรถคันใหม่ทดแทนจำนวน 3 คัน เนื่องจากปัญหาสภาพยางชำรุด ด้านพนักงานขับรถ เข้มงวดตรวจสอบความพร้อมของสภาพร่างกาย พักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีการใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ โดยผลการตรวจความพร้อมรวม 3 วัน ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับพนักงานขับรถรวมทั้งสิ้น 7 ราย ความผิดส่วนใหญ่เกี่ยวกับการแต่งกายและลงเวลาในสมุดประจำรถ โดยได้บันทึกประวัติการกระทำความผิดที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะแล้วทุกราย พร้อมกำชับไปยังผู้ประกอบการขนส่งต้องมีมาตรการเข้มงวดตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถทุกคน โดยเฉพาะในช่วงการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ได้กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งให้จัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชน กรณีที่ต้องนำรถโดยสารไม่ประจำทางมาให้บริการเสริมต้องได้รับอนุญาตและผ่านการตรวจสอบสภาพรถกับกรมการขนส่งทางบก และต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นจุดจอดต้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น สแกนความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถก่อนออกให้บริการ ด้านรถโดยสารเช่าเหมา ตรวจสอบความปลอดภัย ระหว่างทางบนเส้นทางหลักรวมทั้งสิ้น 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยงจากระบบ GPS Tracking เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์ โดยประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งสามารถร่วมติดตามตรวจสอบการเดินรถผ่านแอพพลิเคชั่น “DLT GPS” ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งละเลยไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดเด็ดขาดถึงขั้นเพิกถอนการจดทะเบียนรถ ระงับใช้รถ หรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

———————————

เอกสารแนบ

15 04, 2018

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับเข้มข้นทุกมิติ!!! สแกนเข้มรถโดยสารและคนขับรถทุกคันก่อนออกเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 2 วัน (11-12 เม.ย.61) ตรวจสภาพรถและคนขับไปแล้ว 43,391 คัน

By |15 April 2018|

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับเข้มข้นทุกมิติ!!! สแกนเข้มรถโดยสารและคนขับรถทุกคันก่อนออกเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 2 วัน (11-12 เม.ย.61) ตรวจสภาพรถและคนขับไปแล้ว 43,391 คัน พบรถสภาพไม่พร้อมสั่งพ่น “ห้ามใช้รถ” ทันที 8 คัน ด้านคนขับตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ทุกราย  ย้ำ!!!ผู้ประกอบการขนส่งต้องควบคุมดูแลพนักงานในสังกัดอย่างเข้มงวด ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561

 

Translate »