ผู้ดูแลระบบ

About ผู้ดูแลระบบ

6 12, 2018

การให้ทางรถฉุกเฉิน

By |6 December 2018|

การให้ทางรถฉุกเฉิน

เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ผู้ขับขี่ควรตั้งสติ มองกระจกหลังเพื่อกะระยะของรถพยาบาลฉุกเฉินที่วิ่งมา และเบี่ยงซ้ายเพื่อหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉิน หรือหากไม่สามารถหลีกทางได้ด้วยเพราะสภาพการจราจรที่หนาแน่น ให้หยุดรถเพื่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินหาทางวิ่งผ่านไป และข้อสำคัญ เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินวิ่งผ่านไปแล้วห้ามขับตามเด็ดขาด

กรณีรถติดและรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ด้านหลังพอดี ให้พิจารณาความเหมาะสมว่าควรชิดซ้ายหรือชิดขวา และเปิดไฟเลี้ยว เพื่อให้สัญญาณให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ได้แซงผ่านไปอีกด้านได้สะดวก

ข้อควรระวัง การเจตนาไม่หลบรถพยาบาลฉุกเฉิน หรือขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาลนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 ระบุว่า เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน จะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

ขอขอบคุณคลิปแนะนำการให้ทางรถฉุกเฉิน จากคณะกรรมการบูรณาการ ประสานงานกรณีรถกู้ชีพฉุกเฉิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

6 12, 2018

เราอาจจะได้ยินแต่เรื่องของแท็กซี่ที่ผู้โดยสารหลายคนบ่น แต่คุณรู้หรือไม่แท็กซี่ที่ดียังมีอยู่จริง!!! ร่วมเชิดชูผู้ให้บริการรถสาธารณะที่ดี

By |6 December 2018|

เราอาจจะได้ยินแต่เรื่องของแท็กซี่ที่ผู้โดยสารหลายคนบ่น แต่คุณรู้หรือไม่แท็กซี่ที่ดียังมีอยู่จริง!!! ร่วมเชิดชูผู้ให้บริการรถสาธารณะที่ดี เพื่อให้การท่องเที่ยวของชาวต่างชาติประทับใจ

เรื่องนี้ต้องแชร์ !!!
#แชร์ให้โลกรู้แท็กซี่ไทยมีดี
#แท็กซี่ไทยมีดี
#ส่งเสริมแท็กซี่ไทยบริการด้วยใจ

====

ขอขอบคุณ กรมการท่องเที่ยว ร่วมยกย่อง #คนต้นแบบแท็กซี่ทำดี เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการให้บริการที่มีคุณภาพ

 

https://www.facebook.com/Deptourism/videos/279749389394854/

 

 

19 11, 2018

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและวัตถุอันตราย หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและงดใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง พ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2561

By |19 November 2018|

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและวัตถุอันตราย หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและงดใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง พ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2561 เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน

 

 

นายพีระพล  ถาวรสุภเจริญ  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมมาตรการอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นเทศกาลที่ประชาชนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่สำคัญต่างๆ ส่งผลให้มีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นและยังมีความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ กรมการขนส่งทางบกจึงขอความร่วมมือสหพันธ์ สมาคม ชมรม และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกจำนวน 15 แห่ง  หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายและงดการใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้า (รถเที่ยวเปล่า) ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2561 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  หากผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือช่วงเวลาที่มีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก และต้องกำชับผู้ขับรถให้ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ส่วนควบก่อนใช้งานทุกครั้ง สำหรับรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) ไว้กับตัวรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบของรถ  คนขับรถต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ขับรถอย่างปลอดภัย มีใบอนุญาตขับรถตรงตามประเภท มีชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด และต้องไร้สารเสพติด แอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็น 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัด รวมถึงการควบคุม กำกับ ดูแลการทำงานผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ในการติดตามการใช้รถอย่างต่อเนื่อง หากพบการใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ สามารถแจ้งผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจสอบและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกยังได้กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเครื่องหมายหรือสัญญาณสำหรับแสดงเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางไว้ประจำรถเป็นหนึ่งในมาตรฐานเพื่อการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนจากด้านหลังรถบรรทุกที่จอดฉุกเฉินในทางหรือไหล่ทาง โดยวางเครื่องหมายหรือสัญญาณในระยะห่างจากรถไม่น้อยกว่า 50 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สามารถเตือนให้ผู้ใช้รถอื่นสังเกตเห็นและหลีกเลี่ยงหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย และให้รีบดำเนินการแก้ไขเคลื่อนย้ายรถออกจากทางเดินรถหรือไหล่ทางโดยเร็ว ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งไม่จัดเตรียมเครื่องหมายไว้ประจำรถตามที่กำหนด มีความผิดตามกฎหมายฐานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ.2558 มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนกรณีผู้ขับรถละเลยไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับรถและผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวในที่สุด
———————————-

เอกสารแนบ

17 11, 2018

กรมการขนส่งทางบก คุมเข้ม !!! รถโดยสารสาธารณะกระทำผิด เฉพาะเดือนตุลาคม พบกระทำผิดกว่า 400 ราย

By |17 November 2018|

กรมการขนส่งทางบก คุมเข้ม !!! รถโดยสารสาธารณะกระทำผิด เฉพาะเดือนตุลาคม  พบกระทำผิดกว่า 400 ราย เตือน!! ฝ่าฝืนนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง ปรับสูงสุด 2,000 บาท แนะประชาชน สังเกตรถจักรยานยนต์ป้ายเหลืองสวมเสื้อวิน ระบุชื่อวิน บัตรประจำตัว และหมายเลขประจำตัวถูกต้องตรงกัน

 

 

 

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้มีมาตรการเข้มงวดตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะที่มีพฤติกรรมกระทำผิดตามกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบรถตู้โดยสารสาธารณะตามจุดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย รวมทั้งเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร สร้างมาตรฐานคุณภาพการให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ดี เฉพาะเดือนตุลาคม 2561 ตรวจสอบการให้บริการ   รถแท็กซี่ รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ รวม18,504 คัน พบการกระทำความผิดรวม 459 ราย แบ่งเป็นการตรวจสอบการให้บริการรถแท็กซี่จำนวน 10,056 คัน พบการกระทำความผิด 405 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร จำนวน 84 ราย ไม่ใช้มาตรมิเตอร์ จำนวน 69 ราย ใช้รถไม่ตรวจรอบมิเตอร์ จำนวน 52 ราย ฯลฯ ในส่วนของการตรวจสอบรถตู้โดยสารสาธารณะ 6,149 ราย พบการกระทำความผิด จำนวน 41 ราย ความผิดส่วนใหญ่เป็นเรื่องอุปกรณ์ส่วนควบไม่มั่นคงแข็งแรงไม่ถูกต้อง จำนวน 9 ราย สำหรับการตรวจสอบรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 2,299 ราย พบการกระทำความผิดจำนวน 13 ราย ความผิดส่วนใหญ่เป็นการนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล(ป้ายดำ)มาให้บริการ 11 ราย ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามข้อหาความผิดทุกราย พร้อมส่งตัวเข้ารับการอบรม พร้อมบันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ หากพบการกระทำความผิดในลักษณะเดิมพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป   

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการเข้มงวดตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งในด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการที่ดี ควบคู่กับการกวดขันจับกุมในทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะกรณีการฝ่าฝืนนำรถส่วนบุคคลมาให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ทั้งนี้หากพบการนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะมารับจ้างให้ดำเนินการตามกฎหมาย โทษปรับสูงสุด 2,000 บาท พบแต่งกาย         ไม่ถูกต้องตามประกาศ (ไม่ใส่เสื้อวิน) ปรับ 1,000 บาท, ไม่แสดงใบอนุญาตขับรถปรับ 1,000 บาท เป็นต้น โดยวิธีสังเกตรถจักรยานยนต์รับจ้างถูกกฎหมาย ต้องจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ(ป้ายเหลือง)มีที่ตั้งวินตามที่ได้รับอนุญาต และต้องให้บริการในเส้นทางหรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ แต่งกายตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด สวมเสื้อวินที่ระบุชื่อวิน บัตรประจำตัว และหมายเลขประจำตัวถูกต้องตรงกัน อีกทั้งมีป้ายแสดงอัตราค่าโดยสาร ซึ่งได้มีการเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารตามที่ราชการกำหนด ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก อัตราไม่เกิน 25 บาท กิโลเมตรต่อๆ ไป ไม่เกินกิโลเมตรละ 5 บาท และระยะทางเกิน 5 กิโลเมตรขึ้นไป ให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน แต่ต้องให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้โดยสาร หากประชาชนพบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือถูกเอาเปรียบจากการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ สามารถโทรแจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน Call Center 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวในที่สุด
——————————————

เอกสารแนบ

 

16 11, 2018

กรมการขนส่งทางบก แจง!!! กรณีโครงการ “สามล้อเอื้ออาทร” ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำนิติกรรมสัญญาเงินกู้ของสถาบันการเงิน

By |16 November 2018|

กรมการขนส่งทางบก แจง!!! กรณีโครงการ “สามล้อเอื้ออาทร” ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำนิติกรรมสัญญาเงินกู้ของสถาบันการเงิน แต่พร้อมหามาตรการเยียวยาแก่กลุ่มผู้เสียหายที่ยังต้องการประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างสามล้อโดยสุจริต 

 

 

 

วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2561) เวลา 11.00 น. ณ กรมการขนส่งทางบก นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ขับสามล้อรับจ้างได้เข้าร่วมโครงการสามล้อเอื้ออาทรของกรมการขนส่งทางบก เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยระบุว่าได้มีการทำสัญญาเงินกู้ไว้กับสหกรณ์ฯ แห่งหนึ่งเพื่อกู้ซื้อรถ และได้จ่ายหนี้ตามที่ตกลงกับสหกรณ์ฯ ไว้มาโดยตลอด แต่กลับถูกธนาคารฟ้องว่าเป็นหนี้คงค้างในจำนวนเงินที่สูงกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ในตอนแรก ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกดำเนินโครงการสามล้อเอื้ออาทร ครั้งแรกเมื่อปี 2549 และขยายระยะเวลาเพิ่มเติมในปี 2558 ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีรถสามล้อเป็นของตนเอง เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพขับรถรับจ้างได้อย่างสุจริต โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลในการจดทะเบียนรถยนต์สามล้อรับจ้าง (เอื้ออาทร) และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอให้ตรงตามที่ประกาศกระทรวงกำหนดไว้เท่านั้น โดยผู้ขอรับสิทธิ์ตามโครงการสามล้อเอื้ออาทรต้องจัดหารถมาดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อภายในระยะเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไข ซึ่งจะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดหารถ หรือทำการติดต่อกับสถาบันการเงินเพื่อขอใช้บริการด้านสินเชื่อเอง ดังนั้น ในการดำเนินการขั้นตอนดังกล่าว เป็นการจัดทำสัญญาระหว่างผู้ขอรับสิทธิ์กับสถาบันการเงิน กรมการขนส่งทางบกไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำนิติกรรมสัญญาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับรถสามล้อรับจ้างยังมีความประสงค์จะประกอบอาชีพขับรถรับจ้างโดยสุจริต กรมการขนส่งทางบกพร้อมพิจารณานำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมแก่กลุ่มผู้เสียหายต่อไป

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการสามล้อเอื้ออาทร นับตั้งแต่กระทรวงคมนาคมได้มีประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อในท้องที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2549 กำหนดรถที่จะรับจดทะเบียนไว้ไม่เกิน 2,500 คัน เมื่อครบกำหนด มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 1,686 คัน จึงคงเหลือจำนวนรถที่ยังจดทะเบียนได้อีกจำนวน 814 คัน และเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่มีความประสงค์จะประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง แต่ยังคงไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ กระทรวงคมนาคมโดยกรมการขนส่งทางบกได้ทำการเปิดรับคำขอเพิ่มเติมอีกสองครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 13 – 28 สิงหาคม 2558 มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จดทะเบียน 249 คัน (คงเหลือ 565 คัน) และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 – 30 ธันวาคม 2558 มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จดทะเบียน 131 คัน รวมทั้งสองครั้งมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จดทะเบียนเพิ่มเติมจำนวน 380 คัน โดยยังคงเหลือสิทธิ์ในการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้ออีกจำนวน 434 คัน ประกอบกับจำนวนรถสามล้อรับจ้างที่ให้บริการในปัจจุบัน เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ มีจำนวน 9,332 คัน และในต่างจังหวัดจำนวน 10,736 คัน รวมทั่วประเทศจะมีจำนวนทั้งสิ้น 20,068 คัน ซึ่งถือว่าเพียงพอกับการความต้องการให้บริการในแต่ละท้องที่ และภาครัฐสามารถควบคุมกำกับดูแลคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ
            ————————————–

เอกสารแนบ

Translate »