ผู้ดูแลระบบ

About ผู้ดูแลระบบ

18 10, 2018

กรมการขนส่งทางบก เดินหน้า!!! โครงการอบรมเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ในวันเสาร์ – อาทิตย์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม

By |18 October 2018|

กรมการขนส่งทางบก เดินหน้า!!! โครงการอบรมเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ในวันเสาร์ – อาทิตย์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม เพื่อสร้างนักขับขี่ที่มีคุณภาพและตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สมัครและอบรมที่กรมการขนส่งทางบก เริ่มวันที่ 20 – 21 ตุลาคม 2561

 

 

 

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จึงได้ดำเนินโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขับขี่รถเป็นแล้วแต่ยังไม่มีใบอนุญาตขับรถ ในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมแต่อย่างใด เว้นแต่ในกรณีที่ผ่านการอบรม ทดสอบ และเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถ จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถเท่านั้น สำหรับปีงบประมาณ 2562 กำหนดจัดอบรมทั้งสิ้น 12 รุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 – เดือนกันยายน 2562 โดยแต่ละรุ่นใช้ระยะเวลาในการอบรมและทดสอบรวม 2 วัน ดังนี้ วันเสาร์ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ด้านกฎหมายจราจร วินัยจราจร มารยาทในการขับรถ เทคนิคการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตามหลักสูตรอบรม 5 ชั่วโมงของกรมการขนส่งทางบก และเข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) วันอาทิตย์ ทดสอบขับรถในสนามขับรถมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลการอบรมทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถในวันเวลาราชการ ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ เตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ฉบับจริงที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน สมัครและอบรมที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร เพียงแห่งเดียว กำหนดการอบรมสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ดังนี้ วันที่ 20-21 ตุลาคม 2561  รุ่นถัดไปอบรมวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2561 และวันที่ 22-23 ธันวาคม 2561 ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (URL: www.dlt.go.th)

นายกมลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บริดจสโตน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดโครงการเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน กำหนดการอบรมสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ดังนี้ วันที่ 27 – 28 ตุลาคม 2561 ร่วมกับ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด วันที่ 10 – 11 พฤศจิกายน 2561 ร่วมกับ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และวันที่ 24 – 25 พฤศจิกายน 2561 ร่วมกับบริษัท […]

17 10, 2018

กรมการขนส่งทางบก ยืนยัน!!! ตรวจสอบทุกประเด็นการร้องเรียนของประชาชนจากทุกช่องทาง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กรณีรถโดยสาร บริษัท ชาญทัวร์ จำกัด ให้ผู้โดยสารลงกลางทาง สั่งปรับพนักงานขับรถ 5,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 30 วัน ด้านเจ้าของรถสั่งปรับทันที 10,000 บาท

By |17 October 2018|

กรมการขนส่งทางบก ยืนยัน!!! ตรวจสอบทุกประเด็นการร้องเรียนของประชาชนจากทุกช่องทาง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กรณีรถโดยสาร บริษัท ชาญทัวร์ จำกัด ให้ผู้โดยสารลงกลางทาง สั่งปรับพนักงานขับรถ 5,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 30 วัน ด้านเจ้าของรถสั่งปรับทันที 10,000 บาท ฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลการให้บริการ หากพบความผิดซ้ำมีผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบการ

 

 

 

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สายที่ 827 นครพนม – ระยอง ของบริษัท ชาญทัวร์ จำกัด หมายเลขทะเบียน 10-7847 ขอนแก่น ปล่อยผู้โดยสารลงหน้าบริษัท ไออาร์พีซี (ระยอง) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 61 เวลา 02.30 น. นั้น กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้นายจำนงค์ คำบุญมี พนักงานขับรถ เข้ารายงานตัว เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 โดยนายจำนงค์ฯ ชี้แจงว่าหลังจากนำรถโดยสารออกจากพัทยาพบว่ามีผู้โดยสารเหลือสามคน จึงเปลี่ยนเส้นทาง (จากเดิมใช้ถนนสุขุมวิท ผ่าน สัตหีบ-บ้านฉาง-ระยอง) ไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 เมื่อถึงทางแยกเข้าตัวเมืองระยอง มุ่งหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร ปรากฏว่าเส้นทางปิดเนื่องจากถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงขับเลยทางแยกไปเพื่อกลับรถบริเวณทางแยกหน้าบริษัทไออาร์พีซี  โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้โดยสารทราบก่อน จึงเป็นเหตุให้ผู้โดยสารเข้าใจผิดและขอลงบริเวณดังกล่าว ก่อนโพสต์เหตุการณ์ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดระยองได้ให้ทั้งสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม การกระทำของพนักงานขับรถยังคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 จึงสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 30 วัน และเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 104 และ 127 ฐานปล่อยผู้โดยสารลงก่อนถึงจุดหมายปลายทาง เป็นเงิน 5,000 บาท ด้านผู้ประกอบการ บริษัท ชาญทัวร์ จำกัด มีความผิดเนื่องจากไม่ควบคุมกำกับดูแลการเดินรถให้เป็นไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (ช่วงพัทยา-ระยอง) เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 10,000 บาท

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกจะบันทึกประวัติความผิดของทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่งไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ ซึ่งหากพบความผิดซ้ำอีก จะมีผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบการ ดังนั้น ขอให้ผู้ประกอบการควบคุม ดูแลพนักงานขับรถอย่างเข้มงวดและจริงจัง พร้อมกำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งเข้มงวดตรวจสอบการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง เพื่อดูแลและคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารทุกคน  ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกมีกระบวนการติดตามตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายในทุกประเด็นการร้องเรียนของประชาชน โดยขอให้ผู้ร้องเรียนระบุรายละเอียดรถและผู้ขับรถคันที่กระทำความผิด เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ วันเวลาสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งจะทำให้กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นไปด้วยความรวดเร็ว กรณีพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พบการกระทำความผิด เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกำหนด หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ที่ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/, ผ่านทาง E-mail ที่ dlt_1584complain@hotmail.com, facebook ชื่อ “1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ” หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง ณ กรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

———————————-

เอกสารแนบ

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สำนักงานเลขานุการกรม
กรมการขนส่งทางบก
โทร. 0-2271-8805 – 6
Fax. 0-2271-8805

17 10, 2018

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท กระทำผิดซ้ำซากลงโทษสูงสุด ถึงขั้นพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ

By |17 October 2018|

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท กระทำผิดซ้ำซากลงโทษสูงสุด ถึงขั้นพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ย้ำ!!!อย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน พบรถโดยสารสาธารณะไม่บริการไม่ปลอดภัย แจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

นายกมล บูรณพงษ์  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ค DOM teamwork ได้แสดงตัวเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อทดสอบพฤติกรรมการให้บริการของผู้    ขับรถแท็กซี่กรณีพบลูกค้าชาวต่างชาตินั้น กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ติดตามตัว ผู้ขับรถแท็กซี่ทั้ง 3 ราย เพื่อมาชี้แจงข้อเท็จจริงในทันที โดยจากการสอบสวนผู้ขับรถทั้ง 3 ราย ให้การและยอมรับว่าได้กระทำผิดจริง ตามที่ปรากฏเป็นภาพในคลิป ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ มาตรา 5(2) ประกอบมาตรา 58 กรมการขนส่งทางบก จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับรายละ 1,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาต ผู้ขับรถทั้ง 3 ราย เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมเข้ารับการอบรมในเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและบันทึกประวัติการกระทำผิดเพื่อติดตามพฤติกรรมต่อไป ทั้งนี้เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่มีคุณภาพปลอดภัย แก้ปัญหากรณีกระทำผิดซ้ำซาก กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการลงโทษตามกฎหมายถึงขั้นพักใช้และ   เพิกถอนใบอนุญาตขับรถผู้ขับรถโดยสารสาธารณะกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สร้างมาตรฐานคุณภาพการให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ดี ซึ่งในปีงบประมาณที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 – 30 กันยายน 2561 สั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถผู้กระทำความผิด 1 ราย ฐานกระทำการอันควรขายหน้า และพักใช้ใบอนุญาตขับรถจำนวน 59 ราย  ฐานปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารจำนวน 26 ราย, ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร จำนวน 13 ราย , เก็บค่าโดยสารเกินอัตรา 4 ราย, ส่งไม่ถึงจุดหมาย 2 ราย , แสดงกิริยาไม่สุภาพ 1 ราย , ขับรถประมาท 1 ราย, ใช้รถตู้ไม่ตรงตามประเภท 2 ราย และใช้รถจักรยานยนต์ไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียน 10 ราย ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้ส่งตัวผู้กระทำผิดเข้ารับการอบรมเสริมสร้างทักษะและจิตสำนึกการให้บริการที่ดี จัดเก็บประวัติการกระทำความผิดและพฤติกรรมของผู้ขับรถไว้ที่ศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะ เพื่อประกอบการพิจารณาต่อใบอนุญาตขับรถในครั้งต่อไป ทั้งนี้หากมีการร้องเรียนหรือตรวจสอบพบการกระทำความผิดซ้ำซากข้อหาเดิม กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาลงโทษปรับสูงสุดและเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น ส่วนกรณีความผิดทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวร้ายแรง เช่น พฤติกรรมลามกอนาจาร กระทำชำเรา ปล้นจี้ ลักทรัพย์ มีเจตนาทำร้ายร่างกาย จะถูกส่งตัวดำเนินคดีและเพิกถอนใบอนุญาตทันที

นายกมล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกระบวนการตรวจสอบและติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษอย่างจริงจังแล้ว กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการกำกับ ดูแล การให้บริการขนส่งสาธารณะทางถนนให้มีความปลอดภัยต่อประชาชนสูงสุด อีกทั้งส่งเสริมให้มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่สะดวกตอบโจทย์ประชาชน พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับเรียกใช้บริการรถสาธารณะแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารดำเนินโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP กำหนดให้รถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ จัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งการยื่นความประสงค์ขอเพิ่มจำนวนผู้ขับขี่ในวินเดิม หรือขอจัดตั้งวินใหม่ เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่การเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย และให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง กำหนดให้ใช้รถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานให้บริการทดแทนรถตู้โดยสาร 10 ปี ลดความเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากสภาพรถเก่าเครื่องอุปกรณ์ชำรุดมีการใช้งานหนักอย่างต่อเนื่อง โดยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ สามารถปรึกษาขั้นตอนการจดทะเบียนรถ ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง กรมการขนส่งทางบกได้แบบครบวงจร ทั้งนี้หากประชาชนพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำผิด ทางจดหมายหรือหนังสือร้องเรียนมายังกรมการขนส่งทางบก หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน กรมการขนส่งทางบก ทางสายด่วน 1584 ตลอด 24 […]

12 10, 2018

เชิญชวนนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบรถโดยสารไฟฟ้า 9 เมตรชิงเงินทุนการศึกษากว่า 50,000 บาท พร้อมโล่ และใบเกียรติบัตร

By |12 October 2018|

ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบรถโดยสารไฟฟ้า 9 เมตรชิงเงินทุนการศึกษากว่า 50,000 บาท พร้อมโล่ และใบเกียรติบัตร โดยแบบที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับการพิจารณานำไปใช้ในการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าต้นแบบต่อไป

ติดต่อสอบถาม
อีเมลล์ dc@sakunc.com
โทร 094-9833222 คุณชนันยา เวลา 8.00 – 17.00 น.

https://www.nstda.or.th/th/news/12168-ev-bus-innovation-design-contest-2018

 

10 10, 2018

กรมการขนส่งทางบก กำชับ!!! ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงการจอดรถไหล่ทาง หากจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง ต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณ เตือนเพื่อให้ผู้ใช้รถคันอื่นสังเกตเห็น หลีกเลี่ยง หรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

By |10 October 2018|

กรมการขนส่งทางบก กำชับ!!! ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงการจอดรถไหล่ทาง หากจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง ต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณ เตือนเพื่อให้ผู้ใช้รถคันอื่นสังเกตเห็น หลีกเลี่ยง หรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ด้านผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดให้มีเครื่องหมายหรือสัญญาณสำหรับแสดงเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางไว้ประจำรถทุกคัน

 

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งมีส่วนสำคัญในการร่วมรับผิดชอบป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเครื่องหมายหรือสัญญาณสำหรับแสดงเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางไว้ประจำรถเป็นหนึ่งในมาตรฐานเพื่อการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนจากด้านหลังรถบรรทุกที่จอดฉุกเฉินในทางหรือไหล่ทาง ดังนั้น เพื่อให้รูปแบบของเครื่องหมายหรือสัญญาณดังกล่าวให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยยังคงกำหนดคุณสมบัติและวัตถุประสงค์การใช้งานเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การจัดให้มีเครื่องหมายหรือสัญญาณที่จะต้องแสดงเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2561 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตขนส่งมีหน้าที่ต้องจัดเตรียมเครื่องหมายหรือสัญญาณไว้ประจำรถจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ชิ้นต่อคัน โดยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้หลายรูปแบบร่วมกัน ประกอบด้วย เครื่องหมายเตือนรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า, กรวยสะท้อนแสง, โคมไฟสัญญาณ เพื่อวางบริเวณด้านหน้าและด้านท้ายรถกรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถขัดข้อง โดยวางเครื่องหมายหรือสัญญาณในระยะห่างจากรถไม่น้อยกว่า 50 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สามารถเตือนให้ผู้ใช้รถอื่นสังเกตเห็นและหลีกเลี่ยงหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย และให้รีบดำเนินการแก้ไขเคลื่อนย้ายรถออกจากทางเดินรถหรือไหล่ทางโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรูปแบบของเครื่องหมายหรือสัญญาณที่จะต้องแสดงเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง ทั้ง 3 รูปแบบ มีลักษณะรายละเอียด ดังนี้ เครื่องหมายเตือนรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ยาวไม่น้อยกว่าด้านละ 50 เซนติเมตร พร้อมขาตั้งหรือฐานตั้ง ขอบสีแดงสะท้อนแสง ด้านในเครื่องหมายอาจมีพื้นสีขาวและรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำหัวท้ายมนในแนวดิ่ง หรือมีแถบสะท้อนแสงสีแดงเพิ่มเติม หรือเป็นพื้นที่เปิดโล่งก็ได้ ส่วน กรวยสะท้อนแสง ต้องสูงไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ฐานตั้งกว้างไม่น้อยกว่า 28 เซนติเมตร พื้นสีส้มตลอดทั้งอัน มีแถบสะท้อนแสงสีขาวกว้างไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร คาดตามแนวนอนโดยรอบอย่างน้อย 1 แถบ ส่วน โคมไฟสัญญาณ ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 6 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 24 เซนติเมตร พร้อมขาตั้งหรือฐานตั้ง ส่วนของไฟสัญญาณต้องเป็นไฟสีเหลืองอำพันกะพริบและไฟสีขาว ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งไม่จัดเตรียมเครื่องหมายไว้ประจำรถตามที่กำหนด มีความผิดตามกฎหมายฐานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ.2558 มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนกรณีผู้ขับรถละเลยไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณเมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับรถและผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
———————————-

เอกสารแนบ

กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สำนักงานเลขานุการกรม
กรมการขนส่งทางบก
โทร. 0-2271-8805 – 6
Fax. 0-2271-8805

Translate »