ได้ฤกษ์เปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมเชียงของ จ.เชียงราย กับแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดในวันที่ 11 ธ.ค. นักท่องเที่ยวแห่จองห้องพักล่วงหน้า ทำให้บรรยากาศสุดคึกคักรองรับเศรษฐกิจในอนาคต
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่างบ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้ฤกษ์เปิดในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ โดยมีสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ธ.ค. นายธานินทร์ สมบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และฝ่ายปกครอง ทำการซักซ้อมพิธีเปิด สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ธ.ค.
สำหรับบรรยากาศภายในตัวเมืองเชียงของมีการประดับธงชาติตลอดเส้นทางที่จะไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงของไปทางทิศใต้ประมาณ 13 กม. ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางมาจองที่พักล่วงหน้า ทำให้ห้องพักถูกจองเต็มหมดจนต้องไปพักในอำเภอข้างเคียงเช่น อ.เวียงแก่น อ.เทิง และ อ.ขุนตาล โดยมีนักท่องเที่ยวไปยืนถ่ายรูปบริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำโขงไว้เป็นที่ระลึกก่อนพิธีเปิดและในวันเปิดสะพานชาวเชียงของทุกคนจะแต่งตัวด้วยชุดพื้นเมืองและชาติพันธุ์ที่มีอยู่ 9 เผ่าไปร่วมพิธี โดยคาดว่าหลังเปิดใช้สะพานจะทำให้เศรษฐกิจของเชียงของเจริญขึ้นอย่างแน่นอน
ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จ.เชียงราย เดินทางไปตรวจดูความพร้อมและอำนวยการด้านการจราจรด้วยตัวเอง โดยมีการระดมกำลังตำรวจจาก ภ.จ.เชียงราย ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจน้ำ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ประมาณ 500 นาย เข้าไปดูแลความปลอดภัยในพิธีเปิดสะพานอย่างเข้มงวด
ด้านนายธานินทร์ สมบูรณ์ รองอธิบดีกรม ทางหลวง กล่าวว่า ขณะนี้ประสบปัญหาขาดกำลังด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำตู้ผ่านด่านที่มี 42 ตู้ และต้องใช้ตู้ละ 2 คน หากรวมเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นรวมแล้วต้องใช้กำลังกว่า 100 คน โดยมีการขอกำลังจากด่านพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยได้เพียง 42 คน และต้องทำงานกันตั้งแต่ด่านเปิดเวลา 06.00-22.00 น. ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาทางการเมืองทำให้การขอเพิ่มอัตรากำลังล่าช้า