กรมการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที!!! พร้อมสั่งถอนรถตู้เช่าเหมาออกจากบัญชี หลังประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุกรุนแรงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ นำรถทั้งหมดเข้ารับการตรวจสภาพ และให้คนขับที่อยู่ในการดูแลเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบก

28

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเช่าเหมา    ชนท้ายรถบรรทุกบริเวณทางหลวงแผ่นดินที่ 32 (ถนนสายเอเซีย) กม.ที่ 90+600 ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่ารถตู้คันเกิดเหตุเป็นตู้โดยสารเช่าเหมาคันหมายเลขทะเบียน 33-3241 กรุงเทพมหานคร สิ้นอายุภาษีวันที่ 30 มิถุนายน 2561 นำรถเข้าตรวจสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ซึ่งมีห้างหุ้นส่วน บุญเรือน ทัวร์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการ มีใบอนุญาตประกอบการฯ สิ้นอายุวันที่ 28 มิถุนายน 2563 ชนท้ายรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน81-7407 นครสวรรค์ เมื่อตรวจสอบความเร็วจาก GPS แสดงความเร็วสุดท้ายก่อนเกิดเหตุคือ 107 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สำหรับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามผลทางคดีอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการตรวจสอบประวัติการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาของผู้ประกอบการ โดยเบื้องต้นได้สั่งถอนรถคันดังกล่าวออกจากบัญชีประกอบการแล้วตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของห้างหุ้นส่วน บุญเรือน ทัวร์ จำกัด และให้นำรถในประกอบการอีกจำนวน 11 คัน เข้ารับการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งให้พนักงานขับรถที่อยู่ในความดูแลเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบก ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนถึงที่สุดพบว่าสาเหตุอุบัติเหตุเกิดจากความบกพร่องของตัวรถหรือคนขับจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดกับผู้ประกอบการทุกกรณี

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการคุ้มครองผู้โดยสารตามกฎหมาย ผู้ประกอบการมีการจัดทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 รายละ 300,000 บาท และประกันภัยเพิ่มเติมภาคสมัครใจชั้นหนึ่ง กับบริษัท สินทรัพย์ ประกันภัย จำกัด รายละ 650,000 บาท ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตจะได้รับการคุ้มครองทันทีรายละ 950,000 บาท โดยกรมการขนส่งทางบก จะกำชับและติดตามการคุ้มครองดูแลจนครบถ้วนทุกราย ในส่วนของมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสาร กรมการขนส่งทางบก มีมาตรการคุมเข้มทั้งพนักงานขับรถและสภาพรถมาอย่างต่อเนื่อง มีการติดตั้ง GPS Tracking ในรถโดยสาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุม กำกับ ติดตามพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ทั้งในเรื่องความเร็ว การใช้ใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง พฤติกรรมการขับขี่ ชั่วโมงการขับรถ ซึ่งในรอบ 24 ชั่วโมง ผู้ขับรถสามารถขับรถได้ติดต่อกัน 4 ชั่วโมงพักครึ่งชั่วโมงและสามารถขับรถต่อได้อีก 4 ชั่วโมงเท่านั้น โดยศูนย์ฯ GPS ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด สามารถติดตามตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถให้มีความปลอดภัยและรายงานให้ผู้ประกอบการได้ทราบ พร้อมเข้มงวดกวดขันทั้งพนักงานขับรถและสภาพตัวรถก่อนเดินทาง ให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง นอกจากนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ กำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 กำหนดให้ใช้รถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานให้บริการทดแทนรถตู้โดยสาร แต่เพื่อลดผลกระทบของผู้ประกอบการจะเริ่มทดแทนเฉพาะรถตู้โดยสารที่ครบอายุการใช้งาน (ครบ 10 ปี) ก่อน ซึ่งจะทยอยเปลี่ยนในเส้นทาง หมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง และหมวด 3 ระหว่างจังหวัดกับจังหวัด เฉพาะเส้นทางที่มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง   ส่วนเส้นทางหมวด 1 และหมวด 4 ที่ให้บริการในกรุงเทพมหานครและในภูมิภาค รวมถึงเส้นทางหมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัดกับจังหวัด ที่ไม่มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป  ทั้งนี้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง

ตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องกำชับผู้ขับรถโดยสารสาธารณะให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทาง ไม่ให้ใช้ความเร็วหรือมีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พนักงานขับรถต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ปฏิบัติตามป้ายสัญญาณจราจรและเงื่อนไขการเดินรถ ต้องใช้ผู้ขับรถที่มีความชำนาญในเส้นทาง โดยต้องเข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเข้มงวด  ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องจัดทำมาตรฐาน Checklist  เพื่อการตรวจสอบความพร้อมของรถและผู้ขับรถ หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากสภาพตัวรถหรือการละเลยการปฏิบัติตามเงื่อนไข ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบในทุกกรณี โดยกรมการขนส่งทางบกจะพิจาณาขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิด อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

———————————–