กรมการขนส่งทางบก ร่วมมือกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการประชาชน จัดพิธีปล่อยขบวนแถวรถตู้โดยสารใหม่ทดแทนกรณีรถตู้โดยสารประจำทางครบกำหนด อายุ 10 ปี พร้อมเปิด “ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง” เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การเดินรถเพียงพออย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง

 

508534

 

วันนี้ (8 ตุลาคม 2561) เวลา 13.00 น. ณ กรมการขนส่งทางบก นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  พร้อมด้วยนายธีระพงษ์  รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม  นายชัยวัฒน์   ทองคำคูณ  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงคมนาคม   นางสาวดุจดาว เจริญผล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก นายสรพงศ์  ไพทูรย์พงษ์  ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม  พันเอก สมบัติ ธัญญะวัน รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์  นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายประยูร  ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการประชาชน พร้อมปล่อยขบวนแถวรถตู้โดยสารที่จดทะเบียนใหม่เพื่อลดผลกระทบแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะใน 20 เส้นทางที่มีจำนวนรถตู้หมดอายุการใช้งาน รวมทั้งเปิด “ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง” ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก

 

508547

 

นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ One Transport ของกระทรวงคมนาคม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ดำเนินมาตรการแก้ไขกรณีรถตู้โดยสารประจำทางที่วิ่งในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ครบกำหนดอายุ 10 ปี ใน 20 เส้นทาง จำนวน 487 คัน ไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนได้ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถตู้โดยสารที่ให้บริการในเส้นทางอื่นมาเสริมในเส้นทางที่มีรถตู้ไม่เพียงพอ  อีกทั้งได้จัดเตรียมปล่อยขบวนรถตู้โดยสารใหม่ ซึ่งผ่านการตรวจสอบและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เช่น การติดตั้ง GPS Tracking ความสมบูรณ์ของระบบเบรก สภาพยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูฉุกเฉินหรือทางออกฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก รวมจำนวน 60 คัน  เพื่อแสดงถึงความพร้อมให้บริการและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการใช้บริการรถตู้โดยสารใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย  ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในการแก้ปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุนเพื่อจัดหารถใหม่ทดแทน

ด้าน นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า  กรมการขนส่งทางบก ยังได้ประสานให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)  จัดรถโดยสารปรับอากาศสำรองให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารตามจุดต่างๆ ซึ่งทุกจุดจอดรอขึ้นรถตู้โดยสารทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตรวจการขนส่งทางบกลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาและการสำรองรถไม่ให้ ประชาชนเดือดร้อนตลอดสัปดาห์มีรถตู้ให้บริการเพียงพอและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

ทั้งนี้ รถโดยสารที่มีสภาพรถที่เก่า และอุปกรณ์ใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเกิน 10 ปี อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก สถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถตู้โดยสารที่มีอายุ 1-10 ปี ระหว่างปี 2558 -2561 พบว่าอายุการใช้งานของรถตู้ที่มากขึ้น จะยิ่งเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น โดยรถตู้ที่มีอายุ 8 ปีขึ้นไปเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 158 ครั้ง รองลงมาเป็นรถตู้ที่มีอายุ 7 ปี เกิดอุบัติเหตุ 87 ครั้ง ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก จึงมีนโยบาย ที่จะยกระดับมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัย และการให้บริการด้วยรถโดยสารสาธารณะแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยได้รับความร่วมมือจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และผู้ประกอบการรถตู้โดยสารในการปรับเปลี่ยนรถใหม่เพื่อให้บริการประชาชนในเส้นทางต่างๆ ในวันนี้

 

4345451

 

ในด้านการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารขนาดเล็ก  กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ธนาคารกรุงไทย จำกัด บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดตั้ง “ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง” ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องเป็นรถโดยสารขนาดเล็กที่มีราคาไม่เกิน 2,000,000 บาท สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ  ปรับลดเงินดาวน์จากเดิมกำหนด 20%  และระยะเวลาในการผ่อนชำระที่นานขึ้นจากเดิมกำหนด 7 ปี รวมทั้งข้อเสนอที่ให้สามารถนำรถตู้คันที่หมดอายุ 10 ปี ขอใช้ดาวน์แทนเงินสดได้ ซึ่งตามมติที่ประชุมรับทราบเพื่อนำไปใช้กำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมและลดผลกระทบของผู้ประกอบการต่อไป

นายประยูร  ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ขสมก. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ประกอบการรถตู้โดยสารจึงได้หาแนวทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการ โดยการจัดรถโดยสารปรับอากาศสำรองไว้  กรณีรถตู้โดยสารให้บริการไม่เพียงพอ จำนวน 6  เส้นทาง  นอกจากนี้ ขสมก.ยังได้หาแนวทางเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถจัดหารถตู้โดยสารใหม่มาให้บริการประชาชนโดยเร็ว   โดยได้ประสานธนาคารกรุงไทย เพื่อจัดทำไฟแนนซ์ในเงื่อนไขพิเศษให้กับผู้ประกอบการ  พร้อมทั้งประสานกรมการขนส่งทางบก  เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็วให้กับผู้ประกอบการ ในการนำรถตู้โดยสารใหม่มาจดทะเบียน ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนรถตู้โดยสารใหม่กับ ขสมก. จำนวน 391 คัน  ทั้งนี้ ขสมก. จะเร่งรัดให้ผู้ประกอบการนำรถตู้โดยสารใหม่มาจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้มีรถตู้โดยสารเพียงพอกับความต้องการใช้บริการของประชาชน

 

——————————————————–