กรมการขนส่งทางบก ระบุ !!! 3 วัน (11-13 เม.ย.31) ช่วงการเดินทาง ตรวจความพร้อมรถและคนขับ ณ สถานีขนส่งและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ รวม 63,150 คัน สั่งห้ามใช้รถทันที 13 คัน เปลี่ยนคันใหม่ 3 คัน เปรียบเทียบปรับคนขับ 7 ราย กำชับ!!!ผู้ประกอบการต้องควบคุมและตรวจความพร้อมของคนขับทุกคน เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ย้ำ!!! กรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถต้องรับผิดชอบทุกกรณี

 148

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ เป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานของกรมการขนส่งทางบก มุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ การสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยยังคงดำเนินมาตรการเข้มข้นต่อเนื่อง ตรวจความพร้อมของรถโดยสารและคนขับรถทุกคันก่อนออกเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ  พร้อมยกระดับเข้มข้นสูงสุดทุกมาตรการระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 11-13 เมษายน 2561 รวมจำนวน 63,150 คัน พบรถมีข้อบกพร่อง รวม 169 คัน ในจำนวนนี้ได้สั่งพ่น “ห้ามใช้รถ” ทันที 13 คัน เนื่องจากตรวจพบไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก และสั่งเปลี่ยนรถคันใหม่ทดแทนจำนวน 3 คัน เนื่องจากปัญหาสภาพยางชำรุด ด้านพนักงานขับรถ เข้มงวดตรวจสอบความพร้อมของสภาพร่างกาย พักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีการใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ โดยผลการตรวจความพร้อมรวม 3 วัน ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับพนักงานขับรถรวมทั้งสิ้น 7 ราย ความผิดส่วนใหญ่เกี่ยวกับการแต่งกายและลงเวลาในสมุดประจำรถ โดยได้บันทึกประวัติการกระทำความผิดที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะแล้วทุกราย พร้อมกำชับไปยังผู้ประกอบการขนส่งต้องมีมาตรการเข้มงวดตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถทุกคน โดยเฉพาะในช่วงการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ได้กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งให้จัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชน กรณีที่ต้องนำรถโดยสารไม่ประจำทางมาให้บริการเสริมต้องได้รับอนุญาตและผ่านการตรวจสอบสภาพรถกับกรมการขนส่งทางบก และต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นจุดจอดต้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น สแกนความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถก่อนออกให้บริการ ด้านรถโดยสารเช่าเหมา ตรวจสอบความปลอดภัย ระหว่างทางบนเส้นทางหลักรวมทั้งสิ้น 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยงจากระบบ GPS Tracking เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์ โดยประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งสามารถร่วมติดตามตรวจสอบการเดินรถผ่านแอพพลิเคชั่น “DLT GPS” ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งละเลยไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดเด็ดขาดถึงขั้นเพิกถอนการจดทะเบียนรถ ระงับใช้รถ หรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

———————————